สรุป! ซอฟต์แวร์มีกี่ประเภท แต่ละประเภทคืออะไร และนำไปใช้ด้านใดได้บ้าง

หลายคนที่เริ่มต้นศึกษาเรื่องคอมพิวเตอร์มักสงสัยว่า ซอฟต์แวร์มีกี่ประเภท และแต่ละประเภทต่างกันอย่างไร 

บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจแบบง่าย ๆ พร้อมตัวอย่างการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน

ทำความรู้จักกับซอฟต์แวร์เบื้องต้น

ซอฟต์แวร์ คือ ชุดคำสั่งที่เขียนขึ้นเพื่อควบคุมการทำงานของคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ โดยไม่มีรูปร่างจับต้องได้เหมือนฮาร์ดแวร์ ทำหน้าที่เป็นตัวกลางเชื่อมระหว่างผู้ใช้กับเครื่องจักรให้สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ปัจจุบันซอฟต์แวร์แทรกซึมอยู่ในแทบทุกกิจกรรมของเรา ตั้งแต่การทำงาน การเรียน ไปจนถึงความบันเทิง จึงไม่แปลกที่หลายคนอยากรู้ว่า ซอฟต์แวร์มีกี่ประเภท เพื่อเลือกใช้งานได้ตรงกับความต้องการมากขึ้น

อ้างอิง: Magnific

ซอฟต์แวร์มีกี่ประเภท แบ่งออกเป็นอะไรบ้าง

หากถามว่า ซอฟต์แวร์มีกี่ประเภท คำตอบหลัก ๆ คือแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ ได้แก่ ซอฟต์แวร์ระบบ และซอฟต์แวร์ประยุกต์ ซึ่งทั้งสองกลุ่มมีหน้าที่และลักษณะการทำงานที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน

ซอฟต์แวร์ระบบ (System Software)

ซอฟต์แวร์ระบบทำหน้าที่ควบคุมการทำงานพื้นฐานของฮาร์ดแวร์ เช่น ระบบปฏิบัติการอย่าง Windows หรือ macOS และระบบปฏิบัติการมือถืออย่าง Android

รวมถึงไดรเวอร์ต่าง ๆ ที่ช่วยให้อุปกรณ์เชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ได้อย่างราบรื่น ถือเป็นรากฐานสำคัญที่ทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์ทำงานได้ตั้งแต่เปิดเครื่อง

โดยทั่วไปผู้ใช้งานทั่วไปมักไม่ค่อยได้สัมผัสซอฟต์แวร์ประเภทนี้โดยตรง เพราะทำงานอยู่เบื้องหลัง แต่มีความสำคัญมากเพราะเป็นตัวจัดการทรัพยากรของเครื่องทั้งหมด

ซอฟต์แวร์ประยุกต์ (Application Software)

ซอฟต์แวร์ประยุกต์ คือ โปรแกรมที่ถูกออกแบบมาเพื่อตอบสนองความต้องการเฉพาะของผู้ใช้งาน เช่น โปรแกรมพิมพ์เอกสาร โปรแกรมแก้ไขภาพ หรือแอปพลิเคชันบนมือถือที่ใช้กันทุกวัน กลุ่มนี้เป็นสิ่งที่คนส่วนใหญ่คุ้นเคยมากที่สุด

เมื่อเข้าใจภาพรวมว่า ซอฟต์แวร์มีกี่ประเภท แล้ว ขั้นต่อไปคือการเจาะลึกไปที่ ซอฟต์แวร์ประยุกต์มีอะไรบ้าง เพราะเป็นกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการใช้งานจริงมากที่สุด

ซอฟต์แวร์ประยุกต์มีอะไรบ้าง ใช้งานด้านใดได้บ้าง

คำถามที่ว่า ซอฟต์แวร์ประยุกต์มีอะไรบ้าง สามารถแบ่งย่อยได้ตามลักษณะการใช้งาน ซึ่งครอบคลุมทั้งงานทั่วไปและงานเฉพาะทางที่ตอบโจทย์แต่ละสายอาชีพ

ซอฟต์แวร์ประยุกต์ทั่วไป

กลุ่มนี้เป็นซอฟต์แวร์ที่ใช้ได้กับคนทุกกลุ่ม ไม่จำกัดเฉพาะสายงานใดสายงานหนึ่ง เช่น โปรแกรมพิมพ์งาน โปรแกรมทำสไลด์นำเสนอ หรือเว็บเบราว์เซอร์สำหรับท่องอินเทอร์เน็ต

ตัวอย่างที่พบเห็นได้บ่อยในชีวิตประจำวัน มีดังนี้

  • โปรแกรมประมวลผลคำสำหรับพิมพ์เอกสารและจดหมาย
  • โปรแกรมตารางคำนวณสำหรับจัดการข้อมูลตัวเลข
  • แอปพลิเคชันแชทสำหรับติดต่อสื่อสาร
  • เว็บเบราว์เซอร์สำหรับเข้าถึงข้อมูลบนอินเทอร์เน็ต

ซอฟต์แวร์ประยุกต์เฉพาะทาง

อ้างอิง: Campus Star 

นอกจากซอฟต์แวร์ทั่วไปแล้ว ยังมีซอฟต์แวร์ที่ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อใช้งานเฉพาะด้าน เช่น โปรแกรมบัญชีสำหรับธุรกิจ โปรแกรมออกแบบกราฟิกสำหรับนักออกแบบ หรือโปรแกรมวิเคราะห์ข้อมูลสำหรับงานวิจัย

ซอฟต์แวร์กลุ่มนี้มักถูกออกแบบให้มีฟังก์ชันซับซ้อนกว่ากลุ่มทั่วไป เพื่อรองรับความต้องการเฉพาะขององค์กรหรือวิชาชีพนั้น ๆ ทำให้ตอบโจทย์การทำงานได้ตรงจุดมากขึ้น

ตารางเปรียบเทียบประเภทของซอฟต์แวร์

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้นว่า ซอฟต์แวร์มีกี่ประเภท และแต่ละประเภทต่างกันอย่างไร สามารถสรุปเป็นตารางเปรียบเทียบได้ดังนี้

ประเภทซอฟต์แวร์หน้าที่หลักตัวอย่างการใช้งาน
ซอฟต์แวร์ระบบควบคุมการทำงานของฮาร์ดแวร์ระบบปฏิบัติการ, ไดรเวอร์อุปกรณ์
ซอฟต์แวร์ประยุกต์ทั่วไปใช้งานได้กับผู้ใช้ทุกกลุ่มโปรแกรมพิมพ์เอกสาร, เว็บเบราว์เซอร์
ซอฟต์แวร์ประยุกต์เฉพาะทางตอบโจทย์งานเฉพาะด้านโปรแกรมบัญชี, โปรแกรมออกแบบกราฟิก

วิธีเลือกใช้ซอฟต์แวร์ให้เหมาะกับความต้องการ

อ้างอิง: Hocco

การเลือกซอฟต์แวร์ให้เหมาะสมควรเริ่มจากการพิจารณาลักษณะงานที่ต้องทำเป็นหลัก หากเป็นงานทั่วไปในชีวิตประจำวัน ซอฟต์แวร์ประยุกต์ทั่วไปก็อาจเพียงพอแล้ว

แต่หากเป็นงานที่ต้องการความแม่นยำเฉพาะทาง เช่น งานบัญชีหรืองานออกแบบ การเลือกซอฟต์แวร์ประยุกต์เฉพาะทางจะช่วยให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น 

นอกจากนี้ควรพิจารณาความเข้ากันได้กับระบบปฏิบัติการที่ใช้งานอยู่ด้วย

บทสรุป

โดยสรุปแล้ว ซอฟต์แวร์มีกี่ประเภท คำตอบคือแบ่งเป็นซอฟต์แวร์ระบบและซอฟต์แวร์ประยุกต์ ซึ่งซอฟต์แวร์ประยุกต์มีอะไรบ้างนั้นก็ยังแบ่งย่อยได้อีกเป็นแบบทั่วไปและแบบเฉพาะทาง 

การเข้าใจความแตกต่างเหล่านี้จะช่วยให้เลือกใช้เครื่องมือได้เหมาะสมกับงานมากขึ้น และใช้ทรัพยากรคอมพิวเตอร์ได้อย่างคุ้มค่าในระยะยาว