WHOOP ราคาเท่าไหร่ วิธีเชื่อม WHOOP Band กับโทรศัพท์

WHOOP คืออุปกรณ์ Smart Apparel สายสุขภาพ ได้รับความสนใจอย่างมากในปัจจุบัน แม้ WHOOP ราคาสูงกว่าคู่แข่ง และไม่มีหน้าจอเหมือนสมาร์ตวอทช์ทั่วไป แต่คนรักสุขภาพและนักกีฬายังเลือกใช้

หลายคนจึงตั้งคำถามว่ามันทำอะไรได้บ้าง ทำไม Whoop ราคาถึงแพงกว่า พร้อมวิธีเชื่อม WHOOP Band กับมือถือ บทความนี้จะพาไปเจาะลึกทุกประเด็นที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจซื้อ

WHOOP Band คืออะไร

WHOOP Band คือสายรัดข้อมืออัจฉริยะ ที่ออกแบบมาเพื่อติดตามและวิเคราะห์ข้อมูลสุขภาพของผู้สวมใส่ โดยมีเซ็นเซอร์ด้านล่างที่ทำหน้าที่เก็บข้อมูลการเคลื่อนไหวของร่างกาย รวมถึงค่าทางชีวภาพต่าง ๆ ส่งไปในสมาร์ตโฟนของผู้ใช้

หนึ่งจุดเด่นของ WHOOP ราคาแบบสมาชิก ที่มีอัปเดตฟีเจอร์วิเคราะห์ข้อมูลสุขภาพเชิงลึกอย่างต่อเนื่อง เหมาะสำหรับคนรักสุขภาพและนักกีฬาที่ต้องการข้อมูลแบบจริงจัง

อ้างอิง: Pocket-lint

WHOOP วัดค่าอะไรได้บ้าง

หนึ่งในจุดเด่นของ WHOOP ราคาที่แพงกว่า คือฟีเจอร์การวัดค่าที่ละเอียดและแม่นยำ แบ่งออกเป็นหมวดหมู่หลัก ๆ ดังนี้

ประสิทธิภาพการนอนหลับ (Sleep Performance Analysis)

ช่วยติดตามการนอน และวิเคราะห์ตารางการนอนที่เหมาะสมเพื่อช่วยฟื้นฟูร่างกาย

ติดตามความล้าของร่างกาย (Strain Tracking)

คำนวณค่าความเหนื่อยล้าของร่างกายจากการทำกิจกรรมต่าง ๆ เช่น ออกกำลังกาย ที่วัดจากระบบหัวใจและหลอดเลือด เพื่อดูระดับความล้าของแต่ละวัน

คะแนนการฟื้นตัวของร่างกาย (Recovery Score)

บอกค่าคะแนนการฟื้นตัวของร่างกาย ที่คำนวณจากอัตราการเต้นของหัวใจ การหายใจ และคุณภาพการนอนหลับ

ข้อมูลสุขภาพ

ตรวจจับค่าสุขภาพสำคัญต่าง ๆ ของร่างกาย ตลอดทั้งวัน เช่น

  • อัตราการเต้นของหัวใจ (Heart Rate)
  • ความแปรปรวนของหัวใจ (HRV)
  • ระดับออกซิเจนในเลือด (SpO2)
  • อุณหภูมิผิวหนัง (Skin Temperature)

อ้างอิง: Self

WHOOP รุ่นล่าสุด

ในปี 2026 WHOOP ได้เดินทางมาถึง WHOOP 5.0 ที่เป็นการอัพเกรดขึ้นมาจาก WHOOP 4.0 สิ่งที่เปลี่ยนไปคือ เบาขึ้น และแบตที่ใช้งานได้อึดขึ้น

WHOOP 5.0

รุ่นมาตรฐาน ตัวเครื่องเล็กลง แบตเตอรี่อึดขึ้น ใช้ได้สูงสุด 14 วัน จากเดิม 4-5 วัน เน้นติดตามสุขภาพ เข้าฟิตเนส การนอนหลับ และความเครียดของร่างกาย

WHOOP MG

รุ่นท็อป Medical Grade ที่เพิ่มเซ็นเซอร์ระดับการแพทย์ เพิ่มฟีเจอร์ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ และฟีเจอร์ติดตามแนวโน้มความดันโลหิต

อ้างอิง: Techbuzzireland

WHOOP ราคาเท่าไร

การซื้อสายรัดข้อมืออัจฉริยะ WHOOP ราคาจะถูกแบ่งเป็น 3 ระดับ One, Peak และ Life มีรายละเอียดดังนี้

WHOOP One

ระดับเริ่มต้น WHOOP One เหมาะกับคนที่เริ่มลองใช้ WHOOP หรือคนที่ไม่ต้องการข้อมูลสุขภาพเชิงลึกมาก

  • ราคา: ประมาณ 9,990-10,990 บาท
  • อุปกรณ์ในกล่อง: WHOOP 5.0 และแบตเตอรี่แบบเสียบสายชาร์จ
  • ค่าสมาชิก: ฟรี 12 เดือน
  • ฟีเจอร์เพิ่มเติม: ฟีเจอร์พื้นฐานครบถ้วน

WHOOP Peak

ระดับกลาง WHOOP Peak เหมาะสำหรับผู้ใช้ที่ต้องการดูแลสุขภาพ หรือทำกิจกรรมหนัก เช่น เล่นกีฬา

  • ราคา: 12,990 บาท
  • อุปกรณ์ในกล่อง: WHOOP 5.0 และแบตเตอรี่แบบไร้สาย (Wireless PowerPack)
  • ค่าสมาชิก: ฟรี 12 เดือน
  • ฟีเจอร์เพิ่มเติม: ฟีเจอร์ Healthspan ที่ช่วยประเมินอายุ ความเสื่อม และติดตามความเครียดของร่างกาย ในเชิงลึก

WHOOP Life

ระดับท็อป WHOOP Life เหมาะสำหรับผู้ใช้ที่ต้องการข้อมูลสุขภาพเชิงลึก หรือกังวลเกี่ยวกับสุขภาพ

  • ราคา: ประมาณ 17,990-19,990 บาท
  • อุปกรณ์ในกล่อง: WHOOP MG และแบตเตอรี่แบบไร้สาย (Wireless PowerPack)
  • ค่าสมาชิก: ฟรี 12 เดือน
  • ฟีเจอร์เพิ่มเติม: ฟีเจอร์ท็อป วัดคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (ECG) และติดตามแนวโน้มของความดันโลหิต

WHOOP ราคาต่อสมาชิกรายปีเท่าไร

เมื่อซื้อสายรัดข้อมือ WHOOP ราคาสมาชิกฟรี 12 เดือนแรก หลังจากใช้งานครบ 1 ปีแล้ว ราคาในการต่อสมาชิกจะขึ้นอยู่กับระดับ

  • WHOOP ONE ราคาต่อสมาชิกรายปี: 7,500 บาท
  • WHOOP Peak ราคาต่อสมาชิกรายปี: 8,500 บาท
  • WHOOP Life ราคาต่อสมาชิกรายปี: 12,500 บาท

วิธีเชื่อม WHOOP กับมือถือ

มาดูวิธีเชื่อมต่อ WHOOP มือถือ ทั้งระบบ iOS และ Android ขั้นตอนแรกที่ต้องทำคือใช้แบตเตอรี่ทั้งแบบเสียบสายและไร้สายชาร์จ WHOOP Band จะมีไฟ LED สีฟ้ากระพริบ แปลว่าสายรัดข้อมือพร้อมเชื่อมต่อกับมือถือแล้ว

ขั้นตอนเชื่อมต่อมือถือ iOS

สำหรับมือถือ iOS สามารถทำตามขั้นตอนนี้ได้ ควรจับคู่ในแอป Whoop เท่านั้น

  1. เปิดใช้งานบลูทูธ
  2. ดาวน์โหลดแอป WHOOP จาก App Store
  3. เปิดแอปและเข้าสู่ระบบ
  4. เลือก “จับคู่อุปกรณ์ใหม่” แล้วเลือก “WHOOP 5.0”
  5. เลือกอุปกรณ์ที่ปรากฏขึ้นเพื่อทำการจับคู่

ขั้นตอนเชื่อมต่อมือถือ Android

สำหรับมือถือ Android สามารถทำตามขั้นตอนนี้ได้ ควรจับคู่ในแอป Whoop เท่านั้น

  1. เปิดใช้งานบลูทูธ
  2. ดาวน์โหลดแอป WHOOP จาก Play Store
  3. เปิดแอปและเข้าสู่ระบบ
  4. เลือก “จับคู่อุปกรณ์ใหม่” แล้วเลือก “WHOOP 5.0”
  5. เลือกอุปกรณ์ที่ปรากฏขึ้นเพื่อทำการจับคู่

ทำไม WHOOP ถึงดีกว่าสมาร์ทวอทช์ทั่วไป

ถึงแม้ว่า WHOOP ราคาที่แพงกว่าสมาร์ทวอทช์ทั่วไป แต่มีจุดเด่นที่สายวัดข้อมือแบบอื่นทำไม่ได้ ดังนี้

  • ไม่มีหน้าจอคอยกวนใจ สามารถใส่นอนได้จริง
  • การวิเคราะห์เชิงลึกที่มากกว่าบอกข้อมูล แต่เน้นไปที่ความพร้อมของร่างกาย
  • ใส่ 24 ชม. อย่างแท้จริง ด้วยการชาร์จแบบสวมทับ ทำให้ไม่จำเป็นต้องถอด

สิ่งที่ควรพิจารณาก่อนซื้อ WHOOP

ถึง WHOOP จะมีข้อดีอยู่หลายอย่างที่ชนะสมาร์ทวอทช์ทั่วไป แต่ก็ยังมีข้อเสียที่ผู้ใช้ควรรู้

  • ต้องจ่ายเงินต่อสมาชิกรายปี เพื่อใช้งานอย่างต่อเนื่อง
  • ไม่มี GPS ในตัว ถ้าต้องการบันทึกเส้นทางวิ่งจะต้องพกมือถือติดตัว
  • ดูค่าต่าง ๆ ของร่างกายและแบตเตอรี่ ผ่านสมาร์ทโฟนเท่านั้น เพราะไม่มีจอแสดงผลในตัว

สรุปส่งท้าย

การใช้ WHOOP Band เหมือนการมีโค้ชสุขภาพคอยวิเคราะห์ความล้าและการฟื้นตัวของร่างกายอยู่ตลอดเวลา ถึง WHOOP ราคาจะสูงกว่าสมาร์ทวอทช์ และต้องเสียค่าต่อระบบสมาชิกทุกปี

สำหรับฟีเจอร์ที่ช่วยวิเคราะห์ในเชิงลึก เช่น คำนวณเวลานอนและตื่นในแต่ละวัน หากคุณเป็นสายกีฬา หรือผู้ที่อยากดูแลสุขภาพ WHOOP ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าและน่าลอง