สอนปักหมุดใน Google Map พร้อมวิธีดูสภาพการจราจรและแชร์ตำแหน่ง

สำหรับคนที่ต้องใช้รถเดินทางทุกวัน หนึ่งในปัญหาชวนปวดหัว ก็คือการหลงทางในเส้นทางที่ไม่คุ้นเคย สามารถแก้ได้ด้วย 

วิธีปักหมุดใน Google Map ที่นอกจากจะช่วยให้ไม่หลงแล้ว ยังมีฟีเจอร์เจ๋ง ๆ อย่างอื่น เช่นเพิ่มจุดแวะระหว่างทาง หรือการเช็คสภาพการจราจร Google Map แบบเรียลไทม์อีกด้วย

Table of Contents

Google Map รองรับอุปกรณ์อะไรบ้าง

หนึ่งในจุดเด่นของ Google Map ที่ออกแบบมาเพื่อสำหรับคนเดินทางจริง ๆ เพราะนอกจากใช้ในคอมพิวเตอร์ได้แล้ว ยังรองรับอุปกรณ์อื่น ๆ อีก ดังนี้

  • สมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต ทั้งระบบ iOS และ Android
  • จอแสดงผลในรถยนต์ที่รองรับ Android Auto และ Apple CarPlay เพียงแค่ต่อมือถือเข้ากับรถยนต์ผ่านสายชาร์จ หรือบลูทูธ

อ้างอิง: Tom’s Guide

วิธีปักหมุดใน Google Map ทำอย่างไร

ขั้นตอนวิธีปักหมุดใน Google Map สามารถทำได้ทั้งในเว็บบราว์เซอร์บนคอมพิวเตอร์เพื่อวางแผนการเดินทาง หรือบนมือถือเพื่อดูเส้นทางในขณะขับรถ

วิธีปักหมุดบนเว็บบราว์เซอร์

สำหรับผู้ใช้ที่อยากปักหมดวางแผนการเดินทางบนคอมพิวเตอร์ สามารถทำตามขั้นตอนนี้ได้เลย

  1. ไปที่เว็บไซต์ Google Map
  2. ค้นหาด้วยชื่อสถานที่ หรือเลื่อนแผนที่หาตำแหน่งที่ต้องการ
  3. คลิกซ้าย 1 ครั้งเพื่อปักหมดบนตำแหน่งที่ต้องการ
  4. ระบบจะปักหมุดสีแดง พร้อมแสดงปุ่มเส้นทาง หรือเลือกส่งข้อมูลไปที่มือถือ

วิธีปักหมุดบนมือถือ

ก่อนเริ่มต้นผู้ใช้จะต้องดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน Google Map จาก App Store (iOS) หรือ Play Store (Android) ลงในมือถือก่อน หลังจากนั้นสามารถทำตามวิธีปักหมุดใน Google Map บนมือถือ 2 แบบตามนี้เลย

ปักหมดจากชื่อสถานที่

สำหรับสถานที่ที่มีชื่อเฉพาะ เช่น ร้านอาหาร หรือโรงเรียน ผู้ใช้สามารถปักหมดใน Google Map จากชื่อของสถานที่ได้

  1. แตะที่ช่องค้นหาด้านบนสุด พิมพ์ชื่อสถานที่ที่ต้องการไป
  2. เลือกสถานที่จากรายการ
  3. ระบบจะปักหมุดสีแดง แสดงละเอียดของสถานที่ 

ปักหมดแบบกำหนดเอง

วิธีปักหมุดใน Google Map นี้ใช้สำหรับสถานที่ที่ไม่มีชื่อเฉพาะ เช่น บ้านเพื่อน หรือสถานที่ที่ Google Map ยังไม่มีข้อมูล

  1. เลื่อนหาพิกัดของสถานที่บนแผนที่
  2. กดค้างพิกัดที่ต้องการประมาณ 2 วิ
  3. ระบบจะปักหมุดสีแดง แสดงขึ้นรายละเอียดของสถานที่

อ้างอิง: Fastwork

ฟีเจอร์หลังปักหมุดใน Google Maps

หลังจากทำตามวิธีปักหมุดใน Google Map แล้ว มาดูกันว่าปุ่มที่แถบด้านล่าง สามารถใช้ทำอะไรได้บ้าง

ข้อมูลสถานที่เบื้องต้น

นอกจากจะบอกเส้นทางแล้ว Google Map ยังมีข้อมูลเบื้องต้นต่าง ๆ สำหรับสถานที่อย่าง รูปภาพ เวลาเปิด-ปิด เบอร์โทร พิกัด GPS และ Popular Times ที่ช่วยบอกช่วงเวลาที่คนไปเยอะที่สุด

ปุ่มเส้นทาง

ดูเส้นทางที่สามารถไปสถานที่ปักหมุดไว้ได้ และยังช่วยคำนวณเวลาในการเดินทาง ทั้งขับรถ มอเตอร์ไซค์ เดิน หรือขนส่งสาธารณะ ช่วยวางแผนคำนวณเวลาได้เยอะ

ปุ่มเริ่ม

เริ่มเดินทางแบบอัตโนมัติ ช่วยเลือกเส้นทางที่ใช้เวลาน้อยที่สุดให้พร้อมเดินทางทันที

ปุ่มบันทึก

บันทึกเก็บตำแหน่งสถานที่ ไว้ใช้ครั้งหน้า ไม่ต้องกลับมาค้นหาอีกรอบ และสามารถบันทึกเก็บไว้เป็นกลุ่มได้ด้วย ใช้ช่วยจัดทริปง่าย ๆ

ปุ่มแชร์สถานที่

ผู้ใช้สามารถกดแชร์พิกัด คัดลอกลิงก์พิกัดที่ปักหมดเป๊ะ ๆ ส่งให้เพื่อนได้ ผ่าน LINE, Messenger, SMS หรืออีเมล ไม่ต้องอธิบายเส้นทาง

ปุ่มส่งไปที่โทรศัพท์

สำหรับผู้ใช้งาน Google Map บนเว็บ ฟีเจอร์ที่ช่วยส่งสถานที่ปักหมุดไว้ เข้ามือถือเพียงคลิกเดียว

วิธีเช็กสภาพการจราจร Google Map แบบเรียลไทม์

หลังจากรู้วิธีปักหมุดใน Google Map เพื่อหาตำแหน่งและเส้นทางไปถึงจุดหมายแล้ว อีกหนึ่งฟีเจอร์ที่สำคัญมาก ถ้าหากไม่อยากไปสาย คือการเช็คสภาพการจราจร Google Map จะบอกข้อมูลเกี่ยวกับจำนวนการจราจรบนท้องถนนแบบเรียลไทม์ ช่วยตัดสินใจว่าควรไปทางนั้น หรือหาทางอ้อมที่ใช้เวลาน้อยลง

วิธีเปิดเลเยอร์จราจรบนมือถือ

วิธีเปิดใช้ฟีเจอร์ดูว่ารถติดไหมบนมือถือ สามารถทำตามขั้นตอนนี้ได้

  1. เปิดแอป Google Map บนมือถือ
  2. แตะไอคอนเลเยอร์ ที่มุมขวาบนของจอ
  3. จากนั้นเลือก การจราจร ในหมวดรายละเอียดแผนที่
  4. ปิดหน้าต่าง ถนนบน Google Map จะเปลี่ยนเป็นสีต่าง ๆ ตามสภาพการจราจร

สีเส้นทางและไอคอนบนสภาพการจราจร Google Map

หลังจากตั้งค่ารายละเอียดแผนที่เป็นการจราจรแล้ว เส้นทางของถนนจะเปลี่ยนเป็นแถบสีต่าง ๆ หรือไอคอนพิเศษที่เพิ่มขึ้นมา

สีเส้นทาง

เส้นทางแต่ละสีบนแผนที่มีความหมาย ดังนี้

  • สีเขียว คือ การจราจรไม่ติดขัด ถนนโล่งเดินทางสะดวก
  • สีเหลือง หรือ สีส้ม คือ มีปริมาณรถบนถนนปานกลาง หยุดเป็นระยะ
  • สีแดง คือ รถติด เคลื่อนตัวช้ามากบนถนนเส้นนั้น
  • สีแดงเข้ม  คือ การจราจรติดขัดและหยุดนิ่ง อาจมีอุบัติเหตุหรือถนนปิด ควรเลี่ยง

ไอคอนพิเศษ

ไอคอนพิเศษแต่ละแบบมีความหมายที่แตกต่างกันออกไป เช่น

ไอคอนป้ายห้ามเข้าสีแดง

ถนนปิดถนน อาจมีการปิดปรับปรุงเส้นทาง ห้ามรถยนต์ผ่าน

ไอคอนรถชนกันสีแดง

มีอุบัติเหตุเกิดข้างหน้า ควรระวังเป็นพิเศษ

ไอคอนคนขุดดินสีส้ม

มีการซ่อมแซมถนน หรือมีเขตก่อสร้างข้างหน้า อาจมีการบีบเลนจราจร

ไอคอนกล้องถ่ายรูปสีฟ้า

เขตกล้องตรวจจับความเร็ว ควรขับในความเร็วที่กฎหมายกำหนด

ไอคอนตำรวจ

มีด่านตรวจ หรือมีตำรวจกำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่บริเวณนั้น

ไอคอนรถเครื่องหมายตกใจสีเหลือง

มีรถจอดเสียขวางทาง ไม่ควรขับด้วยความเร็ว

อ้างอิง: Redmondpie

วิธีเพิ่มจุดแวะพักระหว่างทาง

นอกจากวิธีปักหมุดใน Google Map แล้ว การเพิ่มจุดหมายระหว่างทางก็เป็นฟีเจอร์ที่มีประโยชน์เช่นกัน ไม่ว่าอยากจะแวะกินข้าวระหว่างทาง แอปจะช่วยคำนวณเส้นทางให้ใหม่โดยไม่ต้อง เปลี่ยนหาเส้นทาง มีวิธีง่าย ๆ ดังนี้

  1. ปักหมุดจุดหมายหลัก
  2. กดปุ่ม เส้นทาง
  3. แตะไอคอนจุด 3 จุด มุมขวาบน
  4. เลือกเมนู แก้ไขจุดแวะ
  5. เพิ่มสถานที่ที่ต้องการแวะ ได้สูงสุด 9 จุด

สรุปส่งท้าย

วิธีปักหมุดใน Google Map อย่างถูกต้อง มีประโยชน์มากในการเดินทาง ช่วยให้การเตรียมตัวก่อนเดินทางง่ายขึ้น ถึงแม้จะเป็นสถานที่ที่ไม่มีข้อมูลบนแผนที่ก็ตาม 

นอกจากนี้ การเช็กสภาพการจราจร Google Map ก่อนเริ่มเดินทางจริง จะช่วยคำนวณเวลา หลีกเลี่ยงเส้นทางรถติด และช่วยให้ถึงที่หมายได้ตรงเวลา